โดย นพ. ศุภณัฐ บุรินทร์กุล (หมอเอิร์ท)
พญ. ฐานิสา กิจจรัส (หมอแนน)
เลือดออกขณะตั้งครรภ์ หมายถึงการที่มีเลือดออกจากช่องคลอดระหว่างการตั้งครรภ์ค่ะ โดยอาการอาจมีได้ตั้งแต่เป็น เลือดเก่าสีน้ำตาลถึงดำคล้ายตกขาว, เลือดสีชมพู หรือแดงออกปริมาณเพียงเล็กน้อยติดชั้นใน, เลือดออกปริมาณมากต้องใส่ผ้าอนามัย หรือมีลิ่มเลือดปน นอกจากเลือดออกแล้ว คุณแม่บางท่านอาจมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย หรือหน้ามืดวิงเวียนร่วมด้วยได้ค่ะ วันนี้คุณหมอจะมาเล่าถึงสาเหตุ ความอันตราย และการปฏิบัติตัวเบื้องต้นนะคะ
เลือดออกขณะตั้งครรภ์ มีสาเหตุได้หลากหลายค่ะ โดยทั่วไปแล้วอาจจะแบ่งสาเหตุได้ตามช่วงอายุครรภ์ของคุณแม่นะคะ คือในช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์) และช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์) โดยในบทความนี้หมอจะขออธิบายถึงสาเหตุของภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ในช่วงครึ่งแรกนะคะ เนื่องจากพบได้บ่อยกว่า และสามารถตรวจวินิจฉัย ประเมินการรักษา และให้การรักษาได้ทันทีที่คลินิกค่ะ
เลือดออกจากการฝังตัวของตัวอ่อน หรือภาษาไทยมักเรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” เป็นเลือดที่ออกจากโพรงมดลูก เนื่องจากการฝังตัวของตัวอ่อน ที่จะมีการรุกล้ำของเซลล์รกเข้าไปในโพรงมดลูก ทำให้มีการแตกของเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ในโพรงมดลูกค่ะ
ลักษณะเลือดอาจจะเป็นเลือดสีแดงสด หรือน้ำตาลได้ทั้งหมดค่ะ ลักษณะเด่นคือเลือดที่ออกจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่มีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วยค่ะ เลือดล้างหน้าเด็กมักจะออกในช่วงอายุครรภ์ 2-3 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะตรงกับรอบประจำเดือนรอบถัดไปพอดีค่ะ หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นประจำเดือนได้ค่ะ ทั้งนี้เลือดล้างหน้าเด็กไม่จำเป็นต้องมีในทุกการตั้งครรภ์นะคะ โดยพบได้ประมาณ 25% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมดค่ะ
เลือดออกจากการฝังตัวของตัวอ่อนนี้อาจมีอาการนานประมาณ 2-3 วันค่ะ แต่เป็นภาวะที่ไม่อันตราย และสามารถหายได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการรักษานะคะ
ภาวะแท้งบุตร เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของอาการเลือดออกผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ โดยเลือดที่ออกนี้จะเกิดจากการหลุดลอกของรก หรือถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก ทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กในโพรงมดลูกฉีดขาดและมีเลือดออกมาได้ค่ะ
ลักษณะเลือดจะมีเลือดออกสีน้ำตาล หรือแดงสด ปริมาณจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรง โดยอาจมีได้ตั้งแต่ปริมาณเพียงเล็กน้อยพอเปื้อนชั้นใน ไปจนถึงปริมาณมาก หรือมีลิ่มเลือดปนจนต้องใส่ผ้าอนามัยค่ะ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยเหมือนปวดประจำเดือน และอาจมีหน้ามืดวิงเวียนได้ หากเสียเลือดปริมาณมากค่ะ
เลือดออกจากภาวะแท้งบุตร มักเริ่มจากเลือดออกเพียงเล็กน้อย หรือเรียกว่า “ภาวะแท้งคุกคาม” หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะยังสามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ค่ะ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ เลือดที่ออกจะมีปริมาณมากขึ้น และส่งผลให้ถุงการตั้งครรภ์หลุดออกมา และกลายเป็นการแท้งบุตรโดยสมบูรณ์ค่ะ
การตั้งครรภ์ที่ผิดปกติในที่นี้ จะมีได้ตั้งแต่ การตั้งครรภ์แบบไม่มีตัว (Blighted ovum) หรือที่เรียกว่า “ท้องลม”, การท้องนอกมดลูก (Ectopic pregnancy) และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar pregnancy)
ลักษณะเลือดที่ออกจะแตกต่างกันไปตามแต่ละความผิดปกติค่ะ แต่โดยส่วนมากมักมีเลือดออกเป็นสีแดงสด และมีอาการปวดท้องร่วมด้วยค่ะ หากเป็นการตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูก อาจมีการปวดท้องที่ด้านซ้ายหรือขวา มากเป็นพิเศษ
เลือดออกจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกตินี้ มีความอันตรายมากที่สุดค่ะ เพราะต้องได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจอันตรายถึงชีวิตค่ะ
จากข้างต้นจะเห็นว่าเลือดออกขณะตั้งครรภ์มีได้หลายสาเหตุ ความอันตรายและความรุนแรงก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของโรคค่ะ ซึ่งถ้าคุณแม่ท่านใดที่กำลังมีอาการเหล่านี้อยู่ คุณหมอแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นดังนี้ เพื่อช่วยให้ผ่านพ้นภาวะนี้ไปด้วยดีนะคะ
ปัญหาเลือดออกขณะตั้งครรภ์บางส่วน เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมที่หนักจนเกินไปค่ะ อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุ การหกล้ม การทำงานที่หนัก การออกกำลังกาย หรือการมีเพศสัมพันธ์ ค่ะ หากพบว่ามีเลือดออกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมข้างต้นทุกชนิด และสังเกตุลักษณะเลือดที่ออกมาค่ะ ในบางกรณีหากเลือดหยุดอาจจะสามารถรอไปพบแพทย์ในเวลาที่สะดวกได้ค่ะ แต่หากเลือดยังออกตลอด ควรมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยนะคะ
สาเหตุของเลือดออกจะสามารถบอกได้ชัดเจนเมื่อได้รับการตรวจภายใน และอัลตราซาวด์โดยสูตินรีแพทย์นะคะ เพราะอาการ หรือการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถบอกสาเหตุได้อย่างชัดเจน และอาจนำไปสู่การแท้งบุตร โดยที่เราอาจจะยังสามารถป้องกันได้ โดยใช้ยากันแท้ง หรือยาฮอร์โมนที่ช่วยลดเลือดออก รวมถึง การวางแผนเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีในกรณีที่เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ค่ะ ดังนั้นหากมีปัญหาเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ควรรีบมาพบแพทย์ ตรวจหาสาเหตุ และเข้ารับการรักษาให้ไวที่สุด ก็จะสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนแบบรุนแรงได้ค่ะ
คุณแม่ท่านไหนมีปัญหาลักษณะที่เข้าได้กับข้างต้น หรือตั้งครรภ์อ่อน และอยากมั่นใจว่าการตั้งครรภ์นั้นปกติหรือไม่ ทาง Woman Care Clinic มีบริการตรวจประเมินทั้งการตั้งครรภ์ที่ปกติ หรือผิดปกติ โดยสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะ การตรวจประเมินที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าการตั้งครรภ์นี้จะมีความสมบูรณ์และแข็งแรงไปจนคลอดเลยค่ะ 🥰
โดย Woman Care Clinic ของเรา ดูแลโดยคุณหมอเฉพาะทางด้านสูตินรีเวชผู้มากประสบการณ์ รวมถึงมีคุณหมอเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) วางใจได้เลยว่าที่นี่ให้การรักษาเป็นรายบุคคลอย่างตรงจุดและครอบคลุมนะคะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 096-692-5044 หรือ line : @womancareclinic (มี@) ได้เลยนะคะ