โดย นพ. ศุภณัฐ บุรินทร์กุล (หมอเอิร์ท)
พญ. ฐานิสา กิจจรัส (หมอแนน)
“การตรวจภายใน” ของสาวๆ เรียกได้ว่าสำคัญพอๆ กับการตรวจสุขภาพประจำปีเลยนะคะ เนื่องจากการตรวจภายในโดยคุณหมอ จะช่วยให้เรายืนยันได้ว่าระบบ “ภายใน” หรือก็คือ “ช่องคลอด, ปากมดลูก, มดลูก และรังไข่” นั้นยังปกติ และทำงานได้ดีเช่นเดิมหรือไม่ หรือในบางครั้งอาจพบปัญหาที่เราอาจไม่เคยรู้ตัวมาก่อนก็ได้ เพราะโรคภัยบางอย่าง อาจไม่มีการแสดงออกมาในช่วงระยะแรกๆ ของโรคค่ะ
“การตรวจภายใน” ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณหมอสามารถตรวจวินิจฉัยปัญหาสุขภาพได้เท่านั้นนะคะ ในหลายๆครั้งการตรวจภายใน ร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์ทางนรีเวช ยังช่วยให้คุณหมอสามารถประเมิน “ความสามารถในการเจริญพันธุ์” เบื้องต้นได้ด้วยค่ะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ “จะมีลูกง่ายหรือยาก” นั่นเอง ซึ่งก็จะเหมาะสมกับสาวๆ ที่วางแผนจะมีเจ้าตัวน้อยนั่นเองค่ะ
ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าการตรวจภายในมีขั้นตอนอย่างไร ควรตรวจเมื่อไหร่ และเตรียมตัวอย่างไร จึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ Woman Care Clinic นำข้อมูลดีๆ เหล่านี้มาฝาก เพื่อให้ทุกท่านได้วางแผน และเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการการตรวจภายในกันนะคะ
การตรวจภายในประจำปี เป็นการตรวจโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันโรคร้ายในอนาคตค่ะ ส่วนมากจะเน้นไปที่การคัดกรองมะเร็งที่สามารถตรวจได้ เช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งรังไข่
การตรวจภายในประจำปี ควรเริ่มเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป หรือภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 3 ปีค่ะ โดยแนะนำให้เข้ารับการตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม การตรวจภายในเป็นประจำตามรอบ สามารถช่วยให้เราตรวจเจอความผิดปกติตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก และป้องกันการลุกลามของโรคจนกลายเป็นมะเร็งได้ค่ะ
การตรวจภายใน เป็นการตรวจประเมินของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีเป็นหลักค่ะ ดังนั้นควรเข้ารับการตรวจภายในทันที หากสาวๆ มีอาการดังต่อไปนี้ค่ะ
สำหรับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังมองหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม การซักประวัติ การตรวจภายใน และ/หรือการตรวจอัลตราซาวด์ เป็นการตรวจพื้นฐานที่จะช่วยให้การวางแผนมีบุตร หรือการเลือกวิธีการคุมกำเนิดเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้นค่ะ
คลินิกเฉพาะทางด้านสูตินรีเวช มีข้อดีในเรื่องของการให้บริการที่รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน มีระบบจองคิวที่สะดวก ง่าย และไว มีแพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และมีบรรยากาศที่เป็นกันเอง ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว สามารถปรึกษาคุณหมอได้แบบเปิดกว้าง และไม่ค่อยมีข้อจำกัดด้านเวลา อีกทั้งการตรวจภายในกับคลินิก มักจะมีแพ็กเกจตรวจเฉพาะทางให้เลือกหลากหลาย และครอบคลุมมากกว่า ทำให้คนไข้สามารถเลือกแผนตรวจที่เหมาะกับตัวเองได้ ในส่วนของค่าใช้จ่าย อาจสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาล แต่ยังสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับบริการที่คนไข้จะได้รับ
จุดเด่นของโรงพยาบาลเอกชน คือ Facility ที่ครบครัน มีความสะดวกสบาย ให้บริการรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน มีที่จอดรถกว้างขวาง เพื่อรองรับคนไข้จำนวนมาก มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความน่าเชื่อถือ เครื่องมือทันสมัย ตรวจสุขภาพได้แบบครบวงจร ไร้รอยต่อในเรื่องของการส่งตัวคนไข้ไปที่แผนกอื่นๆ และที่สำคัญคือ ง่ายต่อการเบิกประกัน ทั้งประกันสุขภาพ และประกันสังคม
โรงพยาบาลรัฐบาลมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านรองรับคนไข้จำนวนมาก รวมถึงมีราคาที่จับต้องได้มากกว่าคลินิก และโรงพยาบาลเอกชน ดังนั้นอาจเป็นเหตุผลที่ว่าโรงพยาบาลรัฐบาลมักจะมีคนไข้เยอะ เลือกวันตรวจที่ต้องการไม่ได้ และต้องรอคิวนานค่ะ
การตรวจภายในอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วการตรวจภายใน เปรียบเสมือนก้าวแรก และก้าวสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาวเลยทีเดียว เพราะเป็นการตรวจเช็คสุขภาพอาการผิดปกติ หรือการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งก็ต้องเลือกคลินิกตรวจภายในที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน เพื่อให้วินิจฉัยได้ครบถ้วนและแม่นยำที่สุดค่ะ
สาวๆ คนไหนที่ยังลังเล ไม่รู้จะไปตรวจภายในที่ไหนดี Woman Care Clinic ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสาวๆ เพราะที่นี่มีทั้งทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มากประสบการณ์ ดูแลแบบเป็นกันเอง มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และยังมีแพ็กเกจสุดคุ้มค่าให้บริการ สาวๆ มั่นใจได้เลยว่ารับบริการตรวจภายในที่นี่ปลอดภัย ไร้กังวลอย่างแน่นอนค่ะ
* ข้อมูลและค่าบริการ อ้างอิง ณ เดือนมีนาคม 2568 โปรดตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
** กรณีเป็นชาวต่างชาติ มีค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มเติม 700 บาท (Foreigner Fee)
โดย Woman Care Clinic ของเรา ดูแลโดยคุณหมอเฉพาะทางหลากหลายสาขา ทั้งด้านมีบุตรยาก ฮอร์โมนเพศ รวมถึงมะเร็งนรีเวช ไม่ว่าจะปรึกษาปัญหาด้านใด ก็จะได้รับคำแนะนำและให้การรักษาเป็นรายบุคคลอย่างตรงจุดและครอบคลุม ติดต่อสอบถาม ได้ที่ เบอร์ 096-692-5044 หรือ line : @womancareclinic (มี@) ได้เลยค่ะ
สาวๆ อย่าลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพผู้หญิง ด้วยการตรวจภายในเป็นประจำ เพื่อดูแลตัวเองให้ดีที่สุดในทุกช่วงวัยกันนะคะ 🙂