โดย นพ. ศุภณัฐ บุรินทร์กุล (หมอเอิร์ท)
พญ. ฐานิสา กิจจรัส (หมอแนน)
หากใครที่เคยมีปัญหาเรื่องของ ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำรังไข่หลายใบ อาจจะเคยคุ้นเคยกับคำว่า PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) กันมาบ้างใช่ไหมคะ? ภาวะนี้มักถูกพูดถึงในกลุ่มผู้หญิงที่มีรอบเดือนผิดปกติ สิวเรื้อรัง น้ำหนักขึ้นง่าย หรือมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ หลายคนอาจเข้าใจว่า PCOS เป็นเพียงปัญหาของรังไข่ หรือเกิดจากการมีถุงน้ำในรังไข่เท่านั้น
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วภาวะนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้นค่ะ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับรังไข่ แต่ยังสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบฮอร์โมน และสุขภาพของผู้หญิงในด้านอื่น ๆ อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ วงการแพทย์ระดับสากลจึงเริ่มมีการเสนอให้ใช้ชื่อใหม่ว่า PMOS เพื่อที่จะสื่อสารถึงภาพรวมของโรคนี้ได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมมากขึ้น และในบทความนี้ Woman Care Clinic จะพาไปเจาะลึกและทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า PMOS คืออะไร มีสัญญาณเตือนหรืออาการอย่างไร ส่งผลต่อความกังวลเรื่องการมีบุตรยากแค่ไหน และที่สำคัญคือ แตกต่างจากความเข้าใจเดิมเรื่อง PCOS อย่างไรบ้างค่ะ
PMOS ย่อมาจาก Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome เป็นชื่อใหม่ที่ถูกเสนอขึ้นเพื่ออธิบายภาวะเดิมที่รู้จักกันในชื่อ PCOS ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อบ่งบอกว่าโรคนี้ไม่ได้มีจุดสำคัญอยู่ที่ ถุงน้ำในรังไข่เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกายร่วมกันด้วย และหากแยกความหมายของคำว่า PMOS จะช่วยให้เข้าใจกลไกของโรคได้ชัดเจนขึ้น ดังนี้ค่ะ
ดังนั้นคำว่า PMOS จึงไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบนะคะ แต่เป็น การปรับชื่อและมุมมองให้สอดคล้องกับความเข้าใจทางการแพทย์ในปัจจุบันมากขึ้น โดยเน้นว่า ภาวะนี้ไม่ได้เป็น “โรคที่มีปัญหาบริเวณรังไข่ หรือมีถุงน้ำในรังไข่หลายใบเพียงอย่างเดียว” แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบหลายระบบ ตั้งแต่ฮอร์โมนเพศ ระบบเผาผลาญ ถุงน้ำรังไข่ และการตกไข่ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของผู้หญิงร่วมด้วยค่ะ
การปรับเปลี่ยนชื่อจาก PCOS มาเป็น PMOS จึงเป็นการช่วยลดความเข้าใจผิดที่ว่า “การอัลตราซาวด์แล้วไม่พบถุงน้ำในรังไข่ แปลว่าไม่ได้เป็นโรคนี้” หรือ “โรคนี้มีผลต่อรังไข่ และมีบุตรเพียงอย่างเดียว” เพราะในความเป็นจริงแล้ว การวินิจฉัยต้องประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่ภาพอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียว และตัวโรคนี้ก็ส่งผลต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของรังไข่เพียงอย่างเดียวค่ะ
อาการของ PMOS อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ บางคนอาจมีอาการหลายอย่างร่วมกัน เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวเรื้อรัง น้ำหนักขึ้นง่าย และมีบุตรยาก ขณะที่บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น รอบเดือนห่าง หรือสิวฮอร์โมนเรื้อรัง โดยไม่ได้มีน้ำหนักเกินหรือไม่ได้มีถุงน้ำในรังไข่ชัดเจน ลองมาเช็กสัญญาณเตือนเหล่านี้ดูนะคะ หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรเข้ารับการประเมินโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ
หนึ่งในสัญญาณที่พบได้บ่อยของ PMOS คือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอค่ะ เนื่องจากภาวะนี้อาจทำให้ไข่ไม่ตก หรือไข่ตกไม่เป็นรอบ ส่งผลให้รอบเดือนยาวกว่าปกติ ประจำเดือนมาห่าง ขาดประจำเดือน หรือมีประจำเดือนเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หากรอบเดือนมาห่างมากกว่า 35 วัน ขาดประจำเดือนบ่อย หรือมีประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติมค่ะ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าการตกไข่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อรอบเดือนแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคตด้วย
นอกจากนี้การที่ปล่อยให้ประจำเดือนขาดเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติได้ ดังนั้น หากประจำเดือนขาดนานหลายเดือน ไม่ควรปล่อยไว้หรือรอให้กลับมาเองเสมอไปนะคะ
PMOS อาจสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายที่สูงกว่าปกติในผู้หญิงบางคน ส่งผลให้เกิดอาการทางผิวหนังและเส้นผมได้ เช่น สิวฮอร์โมน สิวบริเวณคาง กราม หน้าอก หรือหลัง ผิวมัน ขนดกบริเวณหนวด คาง หน้าอก หน้าท้อง หรือต้นขา รวมถึงผมบางบริเวณกลางศีรษะคล้ายลักษณะผมบางในผู้ชาย ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางฮอร์โมนค่ะ โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ น้ำหนักขึ้นง่าย หรือมีปัญหาเรื่องการตกไข่
ดังนั้น หากเคยรักษาสิวมานานแต่ไม่ดีขึ้น หรือมีสิวขึ้นซ้ำบริเวณเดิม ๆ ร่วมกับรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ควรพิจารณาตรวจประเมินฮอร์โมนเพิ่มเติมนะคะ
ผู้ที่มีภาวะ PMOS อาจพบว่า น้ำหนักขึ้นง่าย ลดน้ำหนักได้ยาก หรือมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากกว่าปกติ แม้จะพยายามควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วก็ตาม สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ซึ่งทำให้ร่างกายจัดการระดับน้ำตาลและพลังงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ระดับอินซูลินอาจสูงขึ้น และส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงอาจกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนมากขึ้น ทำให้อาการของ PMOS ชัดเจนขึ้น เช่น ประจำเดือนผิดปกติ สิว ขนดก หรือไข่ตกไม่สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม PMOS ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินเท่านั้นค่ะ ผู้หญิงที่รูปร่างผอม หรือน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็สามารถมี PMOS ได้เช่นกัน และอาจมีความผิดปกติของฮอร์โมนหรือระบบเผาผลาญร่วมด้วยในบางราย
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรใช้รูปร่างหรือน้ำหนักเป็นตัวตัดสินว่าใครเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงต่อ PMOS ค่ะ
หากเคยตรวจพบ ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง น้ำหนักขึ้นง่าย รอบเอวเพิ่มขึ้น มีภาวะก่อนเบาหวาน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ควรพิจารณาประเมินด้านเมตาบอลิกร่วมด้วยค่ะ เพราะความผิดปกติเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ PMOS ค่ะ
การดูแล PMOS จึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การทำให้ประจำเดือนกลับมาสม่ำเสมอเท่านั้น แต่ควรมองรวมถึงสุขภาพเมตาบอลิก หรือระบบเผาผลาญในระยะยาวด้วยค่ะ
เมื่อพูดถึง PMOS หลายคนที่กำลังสร้างครอบครัวมักมีความกังวลใจอย่างมากว่า “จะมีลูกได้หรือเปล่า?” ซึ่งต้องขออธิบายให้คลายกังวลตรงนี้เลยค่ะว่า PMOS ไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกไม่ได้เสมอไปค่ะ เพราะปัญหาหลักของ PMOS คือการที่ไข่ไม่ตกตามธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ เมื่อไข่ไม่ตก จึงคาดเดาช่วงวันไข่ตกได้ยาก ส่งผลให้ลดโอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในแต่ละเดือนลง
อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่มีภาวะ PMOS จำนวนมากยังสามารถตั้งครรภ์และมีบุตรที่แข็งแรงได้ หากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือการหาว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ตั้งครรภ์ยากคืออะไร โดยแพทย์จะทำการประเมินหลายปัจจัยร่วมกันแบบเจาะลึก ได้แก่
หลังจากที่แพทย์มีการประเมินอย่างละเอียดแล้ว จะมีการวางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล เช่น การปรับพฤติกรรม การดูแลน้ำหนัก การใช้ยากระตุ้นไข่ การติดตามการตกไข่ด้วยอัลตราซาวด์ หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF หากผู้ที่มีอายุน้อยและไม่มีปัจจัยอื่นร่วม การปรับพฤติกรรมร่วมกับการกระตุ้นไข่อาจเพียงพอ แต่สำหรับผู้ที่มีอายุมากขึ้น มีภาวะท่อนำไข่ผิดปกติ มีปัญหาน้ำเชื้อฝ่ายชาย หรือพยายามตั้งครรภ์มานานแล้ว อาจต้องพิจารณาเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ร่วมด้วยค่ะ
PMOS ไม่ได้ส่งผลเฉพาะเรื่องประจำเดือนหรือการมีบุตรเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเมตาบอลิก ฮอร์โมน การนอนหลับ สุขภาพนรีเวช และสุขภาพจิตอีกด้วย มาดูกันค่ะว่าโรคแทรกซ้อนที่อาจตามมามีอะไรบ้าง
PMOS มีความเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้มีความเสี่ยงต่อระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ (Impaired blood glucose) อินซูลินในเลือดสูงขึ้น (Hyperinsulinemia) ภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) และเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน มีรอบเอวเพิ่มขึ้น มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือเคยตรวจพบน้ำตาลผิดปกติมาก่อน
ดังนั้น จึงควรมีการตรวจประเมินระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด หรือการทดสอบความทนต่อกลูโคสค่ะ เพราะการรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมและวางแผนป้องกันโรคเบาหวานได้ดีขึ้น การตรวจประเมินจะอาศัยการตรวจเลือด 75gm Glucose tolerant test โดยการดื่มน้ำตาลกลูเคส 75 กรัมแล้วทำการเจาะน้ำตาลในเลือดที่ 1 และ 2 ชั่วโมงค่ะ หรืออาจตรวจโดยการดูระดับน้ำตาลสะสมในเลือด หรือ Hemoglobin A1C
PMOS มีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่หลายปัจจัย เช่น น้ำหนักเกิน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย แม้ว่าในผู้ที่มีภาวะนี้อาจจะยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกันเป็นเวลานาน อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตได้ค่ะ
การดูแลสุขภาพเมตาบอลิกตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน ความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอว ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแล PMOS ในระยะยาว
หลายคนอาจไม่คิดว่า PMOS จะมีความเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว คุณผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่อง PMOS จะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าปกติค่ะ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน คอสั้น หรือมีประวัติพันธุกรรมโรคนอนกรนในครอบครัว
วิธีการสังเกตุง่ายๆ ได้แก่ นอนกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นกลางดึก ง่วงมากผิดปกติระหว่างวัน ปวดศีรษะตอนเช้า หรือรู้สึกนอนเท่าไรก็ไม่สดชื่น กรณีที่มีอาการเหล่านี้ ร่วมกับ PMOS ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติมค่ะ เพราะการนอนที่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและสมองโดยตรงค่ะ
ปัญหาฮอร์โมนที่ไม่สมดุลในผู้ที่มีภาวะ PMOS อาจส่งผลต่อ เยื่อบุโพรงมดลูกได้ โดยเฉพาะในรายที่ประจำเดือนขาด ๆ หาย ๆ หรือไม่มีประจำเดือนเป็นเวลานานหลายเดือน เมื่อไข่ไม่ตกอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายอาจมีการกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกต่อเนื่องโดยไม่มีรอบเดือนมาช่วยผลัดเยื่อบุออกตามปกติ หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ (Endometrial hyperplasia) และในบางรายอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
หากมีปัญหาประจำเดือนขาดนานมากกว่า 3 เดือน ประจำเดือนมาห่างมาก หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางค่ะ การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้วางแผนรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น
PMOS อาจส่งผลต่อ สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได้ไม่น้อยค่ะ ทั้งจากความกังวลเรื่องรูปร่าง สิว ขนดก ผมบาง ประจำเดือนผิดปกติ หรือความกดดันจากภาวะมีบุตรยาก ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเครียด ความกังวล ความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือรู้สึกว่าควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้ ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกผิดกับตัวเองที่น้ำหนักขึ้นง่าย หรือรู้สึกท้อเพราะพยายามรักษาสิวและลดน้ำหนักมานานแต่ไม่ดีขึ้น ทั้งที่จริงแล้ว PMOS เป็นภาวะทางฮอร์โมนและเมตาบอลิกที่ต้องอาศัยการดูแลอย่างเข้าใจ
ดังนั้นการดูแล PMOS จึงควรมองทั้งร่างกายและจิตใจร่วมกัน หากมีความเครียด กังวล หรือรู้สึกว่าปัญหาสุขภาพกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างรอบด้านค่ะ
ในการที่จะตรวจว่าเป็นภาวะ PMOS หรือไม่ ไม่ใช่แค่การตรวจอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะแนวคิดสำคัญของชื่อ PMOS คือการทำให้เข้าใจว่า ภาวะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การมีถุงน้ำในรังไข่เท่านั้น แต่ต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพื่อแยกภาวะอื่นที่ทำให้มีอาการคล้าย PMOS ออกก่อน เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ ฮอร์โมนโปรแลคตินสูง ความผิดปกติของต่อมหมวกไต หรือโรคอื่น ๆ ที่อาจทำให้ประจำเดือนผิดปกติ สิว ขนดก หรือไข่ไม่ตกได้ โดยขั้นตอนการประเมินมักประกอบด้วย ดังนี้ค่ะ
เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น PMOS แล้ว ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะ PMOS เป็นภาวะที่สามารถดูแลและควบคุมอาการได้อย่างมีความสุข หากได้รับการดูแลแบบองค์รวม เพราะในการรักษาภาวะ PMOS ไม่ใช่เพียงแค่ ทำให้ประจำเดือนกลับมาสม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังรวมถึง การควบคุมอาการ ปรับสมดุลฮอร์โมน ส่งเสริมการตกไข่ในผู้ที่ต้องการมีบุตร และลดความเสี่ยงทางเมตาบอลิกในระยะยาว
แนวทางการดูแลจะถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการและเป้าหมาย ของผู้ป่วยแต่ละบุคคล เช่น บางคนต้องการรักษาสิว บางคนต้องการคุมน้ำหนัก หรือบางคนเป้าหมายหลักคือการตั้งครรภ์ โดยหลักการรักษามีดังนี้ค่ะ
การดูแลพื้นฐานของ PMOS คือการปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญและฮอร์โมนทำงานสมดุลขึ้นค่ะ โดยไม่ใช่การลดน้ำหนักเพื่อความผอม แต่เป็นการดูแลสุขภาพเมตาบอลิกให้ดีขึ้น แนวทางที่มักแนะนำ ได้แก่
ถึงแม้น้ำหนักลดลงเพียงเล็กน้อย หรือแม้ไม่ได้ลดน้ำหนักมาก แต่หากระบบเผาผลาญดีขึ้น ภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลง และร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนดีขึ้น อาการของ PMOS ก็อาจดีขึ้นได้ค่ะ
ในบางกรณีที่แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาตามอาการและเป้าหมาย เช่น ยาควบคุมรอบเดือน ยาลดอาการจากฮอร์โมนแอนโดรเจน ยาที่ช่วยเรื่องภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือยากระตุ้นไข่ ในผู้ที่ต้องการมีบุตร
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อยารับประทานเองนะคะ เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการ ความเสี่ยง และเป้าหมายที่แตกต่างกัน บางคนต้องการควบคุมสิวและประจำเดือน บางคนต้องการตั้งครรภ์ บางคนมีความเสี่ยงเบาหวานหรือเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวร่วมด้วย แผนการรักษาจึงควรออกแบบเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ค่ะ
เนื่องจาก PMOS อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านเมตาบอลิกในระยะยาว ดังนั้นจึงอาจจำเป็นต้องติดตามระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต น้ำหนัก รอบเอว หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
นอกจากนี้ หากมีประจำเดือนขาดนาน มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติมค่ะ การติดตามต่อเนื่องจะช่วยให้ควบคุมอาการได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงระยะยาว และวางแผนสุขภาพในแต่ละช่วงวัยได้เหมาะสมมากขึ้น
PMOS อาจเป็นชื่อใหม่ที่หลายคนยังไม่คุ้นเคย แต่ช่วยให้เราเข้าใจภาวะ PCOS ได้ครบถ้วนมากขึ้น หากใครที่มีอาการ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวฮอร์โมนเรื้อรัง ขนดก ผมบาง น้ำหนักขึ้นง่าย หรือกำลังวางแผนมีบุตรแต่ยังไม่สำเร็จ ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ
ที่ Woman Care Clinic เรามีทีมแพทย์พร้อมดูแลสุขภาพผู้หญิงแบบเฉพาะบุคคล ทั้งการตรวจฮอร์โมน อัลตราซาวด์ ประเมินสุขภาพเมตาบอลิก และวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน หากสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะ PMOS หรืออยากปรึกษาสุขภาพผู้หญิง สามารถติดต่อเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ทั้ง 2 สาขาเลยนะคะ สาขาสาธุประดิษฐ์ 096-692-5044 และสาขาอ่อนนุช 095-419-6525 หรือ📱 line : @womancareclinic (มี@) เราพร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจและดูแลสุขภาพผู้หญิงทุกช่วงวัยอย่างใกล้ชิดค่ะ🥰