โดย นพ. ศุภณัฐ บุรินทร์กุล (หมอเอิร์ท)
พญ. ฐานิสา กิจจรัส (หมอแนน)
ปัญหาสุขภาพของมดลูกเป็นหนึ่งใน “ภัยเงียบ” ที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยอาจเผชิญโดยไม่รู้ตัวค่ะ เช่น อาการปวดประจำเดือนเรื้อรัง รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรืออาการปวดท้องน้อยเป็นครั้งคราว แม้อาการเหล่านี้จะดูไม่รุนแรง แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของมดลูกได้ อย่างไรก็ตามบางคนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการตรวจภายใน ทั้งกลัวเจ็บ เขินอาย หรือมีความเข้าใจว่าอายุยังน้อยไม่จำเป็นต้องรีบตรวจ จึงทำให้อาจพลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติของมดลูกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
ในปัจจุบัน การอัลตราซาวด์มดลูก ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยข้อดีที่มีความปลอดภัย ไม่เจ็บ ให้ผลแม่นยำ และทราบผลได้อย่างรวดเร็ว ในบทความนี้ Woman Care Clinic จึงได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการอัลตราซาวด์มดลูก เพื่อช่วยลดความกังวลและสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง และมั่นใจยิ่งขึ้นกันค่ะ
การอัลตราซาวด์มดลูก (Pelvic Ultrasound) คือการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ส่งผ่านเข้าไปในร่างกายและแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ค่ะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในอุ้งเชิงกรานได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ใช้รังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงมีความปลอดภัยและได้รับความนิยมในการดูแลสุขภาพของผู้หญิงในหลายช่วงวัย ซึ่งการตรวจอัลตราซาวด์มดลูกมีประโยชน์สำคัญดังนี้ค่ะ
ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจดูขนาด รูปร่างของมดลูก ความหนาเยื่อบุโพรงมดลูก และลักษณะของรังไข่ทั้งสองข้าง เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น เนื้องอกมดลูก ซีสต์ หรือถุงน้ำรังไข่ รวมถึงก้อนเนื้ออื่น ๆ ภายในอุ้งเชิงกราน
เหมาะสำหรับคู่รักที่วางแผนจะมีบุตรแต่ยังไม่สำเร็จ การอัลตราซาวด์มดลูกจึงเป็นการช่วยประเมินความพร้อมของมดลูก ตรวจการเจริญเติบโตของฟองไข่ และดูว่ามีพังผืดหรือก้อนเนื้อที่อาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยากค่ะ
ในบางกรณี รอยโรคบางชนิดอาจมีขนาดเล็กหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ก่อให้เกิดอาการ ดังนั้นการอัลตราซาวด์จึงช่วยให้สามารถค้นพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
สำหรับในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกหรือซีสต์อยู่แล้ว การอัลตราซาวด์จะเป็นการตรวจที่ช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของขนาดก้อนเนื้องอกหรือซีสต์ รวมถึงใช้ประเมินผลภายหลังการรักษาไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยอาศัยการเปรียบเทียบจากผลที่มีบันทึกไว้เดิมค่ะ
การอัลตราซาวด์มดลูกสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักค่ะ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติสุขภาพ และความสะดวกของผู้รับการตรวจ เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนและการประเมินที่เหมาะสมที่สุด ดังนี้
เป็นวิธีการตรวจที่แพทย์จะวางหัวตรวจบนบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง โดยใช้เจลเป็นตัวช่วยในการนำคลื่นเสียง เพื่อให้ได้ภาพของมดลูกและรังไข่ในมุมมองภาพรวม วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่สะดวกในการตรวจผ่านทางช่องคลอด ทั้งนี้ก่อนเข้ารับการตรวจจำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนค่ะ
เป็นการตรวจด้วยหัวอัลตราซาวด์ขนาดเล็ก โดยแพทย์จะสอดหัวตรวจผ่านทางช่องคลอด หรือทางทวารหนักในกรณีที่ผู้รับการตรวจยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ วิธีนี้ช่วยให้ได้ภาพที่มีความคมชัดและละเอียดกว่าการอัลตราซาวด์ผ่านทางหน้าท้องค่ะ เนื่องจากหัวตรวจอยู่ใกล้กับมดลูกและรังไข่มากขึ้น จึงสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ภายในอุ้งเชิงกราน เช่น ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ถุงน้ำขนาดเล็ก และลักษณะของรังไข่ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่ Woman Care Clinic เราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้หญิงอย่างรอบด้าน ผ่านแพ็กเกจการตรวจที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคุณผู้หญิงในทุกช่วงวัย โดยคำนึงถึงทั้งความสะดวกและความสบายใจ พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่การประเมินความผิดปกติทั่วไป ไปจนถึงการคัดกรองและติดตามความเสี่ยงของรอยโรคสตรี รวมถึงเนื้อร้ายหรือมะเร็ง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ
หนึ่งในคำถามที่หลาย ๆ ท่านสงสัย คือ “อัลตราซาวด์อย่างเดียวเพียงพอหรือไม่” หรือ “เมื่อตรวจภายในแล้ว ยังจำเป็นต้องอัลตราซาวด์อีกหรือเปล่า” ซึ่งในความเป็นจริง การตรวจทั้งสองชนิดนี้ มีความแตกต่างกันทั้งวิธี และจุดประสงค์ในการตรวจค่ะ
จึงสรุปได้ว่า การตรวจภายในและอัลตราซาวด์ ต่างมีประโยชน์ในแบบของตัวเอง ทดแทนกันไม่ได้ค่ะ แพทย์จึงมักแนะนำให้ใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อใช้ตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาคนไข้ เพื่อให้การประเมินสุขภาพเป็นไปอย่างครบถ้วนและแม่นยำที่สุดค่ะ
อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติทางนรีเวชค่ะ ทั้งนี้อาการแสดงอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการใดอาการหนึ่งหรือรู้สึกกังวล ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจประเมินนะคะ
หากอาการปวดท้องประจำเดือนทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกเดือน หรือมีอาการปวดร้าวไปบริเวณหลังก้นกบ และหน้าขา หรือปวดจนรบกวนการใช้ชีวิต อาจสัมพันธ์กับภาวะ ‘เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่’ หรือที่ได้ยินกันบ่อยในชื่อ ‘ช็อกโกแลตซีสต์’ ซึ่งการอัลตราซาวด์สามารถช่วยระบุขนาดและตำแหน่งของรอยโรคที่เป็นสาเหตุของอาการเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนมามากผิดปกติ มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือมาไม่สม่ำเสมอ อาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับ เนื้องอกมดลูก มดลูกโต ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลค่ะ
มีอาการปวดหน่วง ๆ ต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงใกล้เป็นประจำเดือนหรือเป็นประจำเดือน ซึ่งอาจเกิดจากก้อนเนื้อหรือการอักเสบภายในอุ้งเชิงกราน อาการลักษณะนี้ควรได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติมค่ะ
หากรู้สึกท้องอืดง่าย อิ่มเร็วผิดปกติ หรือสามารถคลำพบก้อนแข็งบริเวณท้องน้อยด้วยตนเอง รวมถึงมีลักษณะท้องป่องคล้ายคนตั้งครรภ์อ่อน ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับก้อนเนื้อหรือเนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้เกิดมวลสารในช่องท้องจนรู้สึกอึดอัดง่าย อิ่มไว หรือบางท่านอาจคลำก้อนได้ชัดเจนค่ะ
การมีเลือดออกนอกช่วงมีประจำเดือน เลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ เนื่องจากอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติภายในมดลูก เช่น ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรือภาวะอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจทันที
หากไม่ได้ดื่มน้ำในปริมาณมาก แต่กลับรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย หรือเข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติภายในอุ้งเชิงกรานค่ะ เช่น ก้อนเนื้องอกมดลูก หรือซีสต์รังไข่ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจไปเบียดหรือกดทับกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
หากพยายามตั้งครรภ์ตามธรรมชาตินานเกิน 1 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรเข้ารับการตรวจโครงสร้างมดลูกด้วยอัลตราซาวด์เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุนะคะ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ามดลูกหรืออวัยวะในอุ้งเชิงกรานมีความผิดปกติบางประการค่ะ
หลาย ๆ ครั้งที่รอยโรคทางนรีเวช เช่น เนื้องอก ถุงน้ำ หรือซีสต์ มักถูกตรวจพบโดยบังเอิญจากการอัลตราซาวด์เพื่อตรวจสุขภาพ เนื่องจากรอยโรคอาจยังอยู่ในระยะเริ่มต้นหรืออยู่ในตำแหน่งที่ยังไม่ก่อให้เกิดอาการ ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงยังแนะนำให้เข้ารับการอัลตราซาวด์มดลูกเป็นระยะ ถึงแม้คนไข้จะไม่มีอาการนะคะ
สุขภาพภายในที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตผู้หญิงนะคะ การอัลตราซาวด์มดลูกถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในยุคปัจจุบัน ที่ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ในกรณีที่ยังไม่มีอาการแสดงก็ตาม การรู้เร็ว เข้าใจเร็ว และได้รับการประเมินอย่างเหมาะสมจากแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้การรักษามีทางเลือกมากขึ้นนั่นเองค่ะ
หากเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ หรือต้องการตรวจสุขภาพมดลูกเพื่อความอุ่นใจ ที่ Woman Care Clinic เราพร้อมดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชและรอยโรคสตรี ให้บริการตรวจอัลตราซาวด์มดลูกอย่างละเอียด ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความผิดปกติและการวางแผนการรักษาอย่างครอบคลุม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละคนเป็นสำคัญค่ะ เพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านและยั่งยืนนะคะ หากสาวๆสนใจที่จะตรวจหรือปรึกษาปัญหา สามารถติดต่อ เบอร์ 096-692-5044 หรือ line : @womancareclinic (มี@) ได้เลยค่ะ 💗