Woman Care Clinic

เนื้องอกมดลูกแบบไหนต้องผ่า? ลดความเสี่ยง “มดลูกแตก”

โดย นพ. ศุภณัฐ บุรินทร์กุล (หมอเอิร์ท)
พญ. ฐานิสา กิจจรัส (หมอแนน)

ลดความเสี่ยงมดลูกแตก

เนื้องอกมดลูก หรือ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (Leiomyoma or Fibroid) โรคทางนรีเวชที่พบบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตของสาวๆวัยทำงานได้เลยค่ะ จากสถิติของศูนย์สุขภาพสตรีระดับโลก พบว่าเนื้องอกมดลูกเป็นภาวะที่พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของคุณผู้หญิงเลยค่ะ แม้จะฟังแล้วดูน่าตกใจเวลาคุณหมอแจ้งว่า พบเนื้องอก! แต่รู้ไหมคะว่า เนื้องอกชนิดนี้ ส่วนใหญ่ไม่อันตรายค่ะ จะมีคุณผู้หญิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา วันนี้ทางคุณหมอเฉพาะทางด้านสูตินรีเวช จึงมีข้อมูลดีๆ มาตอบให้หายข้องใจกันค่ะ ว่าเนื้องอกมดลูกชนิดนี้ คืออะไร และเมื่อเจอแล้วควรทำอย่างไรต่อ

เนื้องอกมดลูก เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง พูดให้เข้าใจง่ายคือ ไม่ใช่มะเร็งค่ะ โดยจากข้อมูลพบว่า มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งเพียง 1 ใน 1,000 เคสเท่านั้น ซึ่งถือว่าโอกาสน้อยมากๆเมื่อเทียบกับอุบัติการณ์การเกิดโรคที่อวัยวะอื่นๆ

เนื้องอกเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อในมดลูกที่ผิดปกติ จนเกิดกลายเป็นก้อนเนื้อขึ้น โดยมักเริ่มต้นจากขนาดเล็กๆ และโตขึ้นเรื่อยๆค่ะ อัตราการโตของเนื้องอกมดลูก จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่กรรมพันธุ์ ไปจนถึงฮอร์โมนต่างๆค่ะ สำหรับตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดของเนื้องอกมดลูก จะเป็นชั้นกล้ามเนื้อเรียบของตัวมดลูก (Myometrium) ซึ่งอาการแสดงและแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิด และขนาดของเนื้องอกมดลูกค่ะ

เนื้องอกมดลูก คืออะไร

อาการของเนื้องอกมดลูก ในแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของเนื้องอกมดลูก

ส่วนคนไข้อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ “ไม่มีอาการ” แต่ตรวจเจอเนื้องอกมดลูกโดยบังเอิญจากการตรวจร่างกายโดยแพทย์ หรือจากการตรวจอัลตราซาวด์ในโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี กรณีแบบนี้อาจจะยังไม่จำเป็นต้องรักษาในทันทีค่ะ แต่ควรได้รับการประเมินโดยละเอียดกับสูตินรีแพทย์ก่อน และอาจใช้วิธีการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปค่ะ

สำหรับคนไข้เนื้องอกมดลูก “ที่มีอาการ” ดังข้างต้น จะมีทางเลือกในการรักษาด้วยยา และการผ่าตัด อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อ “แผลเป็นที่ตัวมดลูก” และอาจมีผลต่อเนื่องเกิดภาวะ “มดลูกแตก” ระหว่างการตั้งครรภ์ได้ค่ะ ดังนั้นการจะตัดสินใจผ่าตัดเนื้องอกมดลูก จำเป็นต้องประเมินข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด และปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางอย่างครอบคลุมค่ะ โดยข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมีดังนี้

    1. ประจำเดือนมามากและนาน ที่ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีการใช้ยา
    2. เนื้องอกมดลูกที่กดเบียดกระเพาะปัสสาวะ, ลำไส้ หรือท่อไตอย่างมาก
    3. ภาวะมีบุตรยาก ที่หาสาเหตุอื่นไม่พบ
    4. สงสัยเนื้อร้ายของมดลูก
คนไข้เนื้องอกมดลูก

หากประเมินกับทีมแพทย์แล้ว คนไข้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด การพิจารณาว่าจะผ่าตัดแบบไหนดี จะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และจำนวนของเนื้องอกมดลูก รวมทั้งประสบการณ์ของแพทย์ผู้ผ่าตัดค่ะ โดยอาจแบ่งการผ่าตัดได้เป็นสามชนิดหลักๆ ได้แก่

ภายหลังการผ่าตัด บริเวณมดลูกในตำแหน่งที่มีการผ่าเอาเนื้องอกมดลูกออกไป จะเกิดเป็นรอยแผลค่ะ โดยร่างกายจะทำการซ่อมแซมแผลบริเวณนั้น คล้ายๆ กับการหายของแผลบริเวณผิวหนังเลยค่ะ แต่จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่ามาก แผลจึงจะสมานตัวกันจนหายสนิท และผนังมดลูกบริเวณดังกล่าวก็จะมีความแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้นในช่วงระหว่างการหายของแผลนี้ จะแนะนำให้ “หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์” โดยเด็ดขาดค่ะ โดยทั่วไป จะให้คุมกำเนิดเพื่อพักมดลูกประมาณ 3-6 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาที่รุนแรงนั่นก็คือ “ภาวะมดลูกแตก” นั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ให้ละเว้นการตั้งครรภ์ของคนไข้แต่ละคน อาจจะไม่เท่ากันนะคะ เนื่องจากขนาดของแผล ชนิดของเนื้องอกมดลูกของแต่ละท่านอาจจะแตกต่างกัน การปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้ หรือแพทย์ผู้ทำผ่าตัด จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ ทั้งนี้แม้ว่าจะเว้นการตั้งครรภ์ตามช่วงระยะดังกล่าวแล้ว “ภาวะมดลูกแตก” ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้นะคะ เพราะมดลูกที่เคยผ่าตัดมาแล้ว หรือมีแผลเป็น ยังไงก็แข็งแรงไม่เท่ากับมดลูกที่ไม่เคยได้รับการผ่าตัด หรือมีแผลค่ะ ดังนั้นการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกโดยไม่จำเป็น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งนะคะ

 หัวใจสำคัญที่ทำให้สาวๆไม่ต้องหวาดกลัวกับภาวะ ‘มดลูกแตก’ นั่นก็คือ ผ่าตัดเมื่อจำเป็นเท่านั้นนะคะ หากไม่มีอาการที่บ่งชี้ ไม่แนะนำให้ผ่าตัดในเชิงป้องกันเพราะเนื้องอกโตหรือกลัวจะเป็นเนื้อร้าย เนื่องจากโอกาสการเป็นมะเร็งนั้นต่ำมากๆค่ะ
นอกจากนี้หากมีประวัติว่าเคยผ่าตัดมาแล้ว แนะนำให้เก็บข้อมูลเรื่องลักษณะผ่าตัดที่มดลูกจากแพทย์ผู้ผ่าตัดไว้ให้ชัดเจน เพื่อประเมินความเสี่ยงมดลูกแตกในอนาคตค่ะ

สำคัญที่สุดคือ สาวๆจะต้องคุมกำเนิดตามระยะเวลาที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด และเมื่อตั้งครรภ์ อย่าลืมที่จะแจ้งประวัติกับคุณหมอที่ดูแลฝากครรภ์นะคะ เพราะหากเคยมีบาดแผลที่มดลูกมาก่อน จำเป็นต้องผ่าตัดคลอดเท่านั้น ไม่สามารถคลอดทางธรรมชาติได้ค่ะ ซึ่งระยะเวลาครบกำหนดคลอด คุณหมอจะช่วยประเมินตามความเสี่ยงอื่นๆที่มีขณะตั้งครรภ์ค่ะ

โปรแกรมตรวจสุขภาพมดลูก

เมื่อถึงวัยที่คนรอบตัวเริ่มตรวจพบเนื้องอกมดลูกกันมากขึ้น ทางเลือกที่จะป้องกันการเกิดเนื้องอกแบบลุกลาม หรือตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อวางแผนรักษา นั่นก็คือการตรวจสุขภาพภายในอย่างสม่ำเสมอค่ะ แต่เนื่องจากว่าเนื้องอกที่ยังมีขนาดเล็กๆตอนแรกเริ่ม มักจะยังไม่แสดงอาการ และอาจตรวจไม่พบด้วยวิธีตรวจภายในค่ะ การตรวจประเมินด้วยการทำอัลตราซาวด์มดลูก จึงช่วยให้ตรวจพบรอยโรคได้แบบละเอียดยิ่งขึ้นและวางแผนรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

ทาง Woman Care Clinic มีโปรแกรมตรวจสุขภาพมดลูกอย่างละเอียด ประกอบด้วยการตรวจภายใน และอัลตราซาวด์ค่ะ พร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาแบบเฉพาะรายบุคคลนะคะ

Q: เนื้องอกกับซีสต์ที่มดลูก เหมือนกันไหม ?

A: ไม่เหมือนกันค่ะ เป็นคนละชนิด คนละสาเหตุ และแสดงอาการต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ โดยสามารถตรวจแยกได้จากการทำอัลตราซาวด์ค่ะ

Q: พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ทำให้เกิดเนื้องอกไหม ?

A: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานวิจัยว่า อาหารตัวไหนทำให้เกิดเนื้องอกนะคะ ดังนั้นการปรับอาหารเพียงอย่างเดียวเพื่อรักษาเนื้องอก วิธีนี้จึงยังไม่ถือเป็นมาตรฐานค่ะ อย่างไรก็ตามยังแนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบหมู่และหลากหลาย เพื่อสุขภาพภายในที่ดีนะคะ

Q: หากปล่อยไว้เฉย ๆ เนื้องอกจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ไหม?

A: มีโอกาสโตขึ้นได้ค่ะ แต่อัตราการโตแตกต่างกันในแต่ละคน บางรายก้อนโตช้าและไม่มีอาการ จึงสามารถติดตามอาการและอัลตราซาวด์เป็นระยะได้ โดยยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันทีค่ะ

Q: เนื้องอกมดลูก มียารักษาไหม ?

A: ยังไม่มียารักษาในปัจจุบันค่ะ ดังนั้นเมื่อตรวจเจอ จึงเป็นแนวทางการตรวจติดตามและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากก้อนค่ะ

Q: ผ่าตัดแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม ?

A: มีโอกาสกลับมาเป็นได้ค่ะ เพราะการผ่าตัดเป็นการเอาก้อนที่มีอยู่ออก แต่ไม่ได้ป้องกันการเกิดก้อนใหม่ในอนาคต จึงควรผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นเท่านั้นนะคะ

Q: แนวทางการป้องกันการเกิดเนื้องอกมดลูก ควรทำอย่างไร ?

A : ปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันการเกิดเนื้องอกมดลูกได้อย่างชัดเจนค่ะ เนื่องจากมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม และฮอร์โมน อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพภายในพร้อมอัลตราซาวด์เป็นระยะ จะช่วยให้ตรวจพบเนื้องอกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนค่ะ

รู้ทันเนื้องอกมดลูก เริ่มจากการตรวจ

 จะเห็นแล้วว่าการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมีหลากหลายทางเลือก แนวทางในการรักษา การเลือกวิธีผ่าตัด จะขึ้นอยู่กับทั้งตัวโรค ความต้องการของคนไข้ และความชำนาญของแพทย์ หากท่านไหนต้องการคำแนะนำ หรือสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูก สามารถเข้าพบคุณหมอเฉพาะทางสูตินรีเวช และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชได้ค่ะ

 เพราะ Woman Care Clinic เเรารู้ดีว่า สุขภาพมดลูกสำคัญต่อคุณภาพชีวิตผู้หญิง การตรวจเช็ควันนี้ คือการดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดค่ะ เลือกปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางด้านสูตินรีเวช รวมถึงคุณหมอเฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช การผ่าตัดทางนรีเวชที่มีการรุกล้ำน้อย วางใจได้เลยว่าที่นี่ให้การรักษาเป็นรายบุคคลอย่างตรงจุดและครอบคลุมนะคะ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 096-692-5044 หรือ line : @womancareclinic (มี@) ได้เลยค่ะ

คลินิกอัลตราซาวด์ครรภ์